แม้การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดและมีแผลเล็ก แต่หลังทำยังอาจมีอาการบวมได้เล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไป และอาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับบทความนี้จะอธิบายเรื่องอาการบวมหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจได้ทำความเข้าใจข้อดีข้อเสียและข้อพึงระวังก่อนเข้ารับการทำหัตถการ
ทำไมทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แล้วมีอาการบวม
ส่วนใหญ่อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์นับเป็นอาการค่อนข้างปกติ เนื่องจากการลงเข็มเพื่อเติมฟิลเลอร์เข้าไปใต้ผิวหนังจะทำให้ผิวได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้เกิดอาการบวมตามกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของผิว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ ชนิดของฟิลเลอร์ และเทคนิคการฉีดของแพทย์ด้วย
นอกจากนี้ อาการบวมหลังเติมฟิลเลอร์ยังเกิดได้จากยาชาและการบวมจากตัวฟิลเลอร์เองซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี โดยเมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้วสารเติมเต็มนี้จะค่อยๆ กลืนไปกับผิวและยุบตัวลงไปเอง
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ มีอาการบวมนานแค่ไหน?
ถ้าเป็นอาการบวมโดยปกติแล้วจะค่อยๆ ยุบลงใน 4 – 5 วัน และจะหายเป็นปกติภายใน 5 – 7 วัน โดยตัวของสารเติมเต็มจะกลมกลืนไปกับผิวในเวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
บริเวณใดที่เติมฟิลเลอร์แล้วบวมน้อย?
บริเวณที่บวมน้อยมักเป็นจุดที่มีเนื้อเยื่อไม่มากนัก กระดูกค่อนข้างแข็ง มีเส้นเลือดน้อย ซึ่งบริเวณที่ว่าได้แก่
– คาง
– กรอบหน้าหรือแนวกราม
– ขมับ
– หน้าแก้ม
บริเวณใดที่เติมฟิลเลอร์บวมมาก
บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมมาก มักเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยื่อเยอะ มีเส้นเลือดมาก และผิวค่อนข้างบาง ได้แก่
- หน้าผาก
- ใต้ตา
- ปาก
- ร่องแก้ม
อาการบวมหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบบไหนที่ควรระวัง
แม้ว่าอาการบวมหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่มีอาการบวมบางประเภทต้องระมัดระวังเช่นกัน ได้แก่
- อาการบวมที่มีความรู้สึกแสบร้อน แดง หรือเป็นหนองร่วมด้วย เพราะอาจเกิดการติดเชื้อจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หรือฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดเป็นของปลอม
- อาการบวมที่เป็นก้อนแข็ง นูน ไม่เรียบสม่ำเสมอกลืนไปกับผิว กรณีนี้อาจเป็นการเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือแพทย์มีความชำนาญไม่พอ
- อาการบวมที่มีอาการคันอย่างหนัก มีผื่นขึ้น ในบางเคสอาจมีอาการหายใจไม่ออกร่วมด้วย อาการเหล่านี้เกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์
อาการบวมไม่พึงประสงค์เหล่านี้ไม่ควรปล่อยเอาไว้นาน หากพบว่ามีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์
วิธีลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์
- ประคบเย็นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ แต่ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น โดยควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 – 2 ลิตร
- หลีกเลี่ยงการแตะ เกา สัมผัส กด นวด จุดที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและบวมมากกว่าเดิม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนรวมถึงกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น การเข้าซาวน่า การตากแดดจัดๆ การออกกำลังกายหนัก การอยู่หน้าเตาไฟนานๆ
- งดอาหารที่เป็นของหมักดอง อาหารรสจัด และแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะกระตุ้นให้บวมและอักเสบมากกขึ้น
ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนให้ปลอดภัยและบวมน้อย
แม้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะมีให้บริการในคลินิกเสริมความงามแทบทุกแห่ง แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการและมีความชำนาญ ได้รับการรับรองมาตรฐาน และใช้ฟิลเลอร์ของแท้
สำหรับ Kethat Clinic เป็นคลินิกเสริมความงามที่แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการด้วยตนเอง ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ อีกทั้งยังให้คำปรึกษาถึงข้อดีข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นหนึ่งในคลินิกเสริมความงามที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หากต้องการเข้ารับคำปรึกษาเรื่องการรักษาด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ สามารถติดต่อสอบถามทาง KeThat Clinic (มี 2 สาขา ได้แก่ สาขารางน้ำ และ สาขาสุขุมวิท 49) ได้ทางช่องทางต่อไปนี้
KeThat Clinic สาขารางน้ำ: โทร. 09 7153 4680
KeThat Clinic สาขาสุขุมวิท 49: โทร. 09 4203 4151
Facebook: https://www.facebook.com/kethatclinic
Website: https://kethat.com/price-promotion/
LINE: @kethat (มี @ นำหน้า)
